www.Stats.in.th

อาการไมเกรน แท้จริงเป็นแบบไหนมาดูกัน

 

อาการไมเกรน

อาการไมเกรน

 

                 อาการไมเกรนกับการปวดหัวธรรมดา ต่างกันอย่างไร ? หากว่าในทุกวันนี้คุณมีปัญหาการปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องหยิบยาพาราขึ้นมารับประทานบ่อยๆ หรือถ้าหากว่าอยู่ๆอาการปวดหัวเกิดบ่อยมากและในแต่ละครั้งก็มีความรุนแรงขึ้น

               บางกรณีมากจนกระทั่งถึงขนาดว่าไม่สามารถทำงานได้ก็มีซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นอาการไมเกรนแล้วไม่ใช่การปวดหัวธรรมดาๆ การที่ได้รู้จักลักษณะอาการ หรือสาเหตุของโรคไมเกรนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับสุขภาพตัวเองเช่นกัน เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างถูกต้อง

              โรคไมเกรน (Migraine)  คือโรคที่มาจากความผิดปกติของระบบประสาทและสมองจึงมีผลทำให้ไปเกิดการกระตุ้นที่มากเกินไป และยังบวกกับปัจจัยอื่นๆ จึงมีผลทำให้มีการก่อคลื่นสมองซึ่งเรียกกันว่า “CSD”  และเมื่อคลื่นสมองขนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็มีผลทำให้บรรดาเส้นเลือดในสมองที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทำงานผิดปกติจนทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงตามมานั่นเอง  ส่วนสาเหตุหรือสิ่งที่กระตุ้นให้มีอาการไมเกรนนั้นก็ยังไม่สามารถระบุลงไปได้อย่างแน่ชัด แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าสมองของผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนจะมีความไวในการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งที่เกิดจากภายในและภายนอกร่างกาย จนทำให้มีอาการอักเสบเกิดขึ้นกับหลอดเลือดและเมื่อเส้นเลือดมีการขยายตัวจึงทำให้มีอาการปวดหัวตามมา

อาการไมเกรน

– มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยปกติคนจะคิดว่าไมเกรนจะต้องปวดหัวข้างเดียวเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงจะเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง บางทีก็อาจจะสลับไปมาก็ได้ โดยส่วนใหญ่ก็จะปวดหัวตั้งแต่ 4 ชั่วโมงจนอาจจะถึง 72 ชั่วโมงเลยก็ได้ และจะหายไปเอง

– บางรายจะมีอาการสายตาเห็นแสงจ้าก่อนที่จะมีการปวดศีรษะไมเกรน ในทางการแพทย์จะเรียกว่า “migraine with aura” (กรณีนี้จะเกิดขึ้นประมาณ20%ของผู้ป่วยทั้งหมด) 

– รู้สึกอยากคลื่นไส้ อาเจียน เกิดความรู้สึกกลัวแสงและเสียงได้ เช่น แสงที่สว่างเกินไป เสียงที่ดังเกินไปซึ่งจะไปกระตุ้นสมอง

– สามารถจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็ก แต่จะเริ่มมีการแสดงอาการจมากขึ้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และพบว่าผู้หญิงจะมีโอกาสป่วยด้วยโรคไมเกรนมากกว่าผู้ชาย

    นี่ก็คืออาการเบื้องต้นของผู้ที่ป่วยด้วยอาการไมเกรน ซึ่งหลายๆคนพบว่าเมื่อมีอาการปวดหัวก็มักจะพยายามที่จะรักษาด้วยตัวเองไม่ว่าจะปวดบ่อยหรือถี่แค่ไหนซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องซึ่งจากสถิติที่มีการสำรวจพบว่า ผู้ป่วยด้วยโรคไมเกรน 58 คน จากทั้งหมด 100 คน นั้นไม่ได้มาทำการตรวจรักษาหรือขอคำแนะนำจากแพทย์เลย จนทำให้อาจมีการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไปจนกลายเป็นอาการติดยาได้จนส่งผลเสียกับร่างกายมากขึ้นไปอีก เมื่อมีอาการรุนแรงและบ่อยครั้งการไปพบแพทย์จึงเป็นการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องที่สุดไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง

Comments

comments