www.Stats.in.th

สูตรเด็ดรักษาฝ้า 1

       

รักษาฝ้า

รักษาฝ้า

                       

           อย่างที่ทีมงาน healthbeautytrend.com เคยบอกไปในบทความที่แล้ว ว่าสูตรต่างๆ สำหรับยาประเภทสมุนไพร ที่ใช้ในการรักษาฝ้านั้น มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด เลยค่ะ

          เพราะว่าพืชส่วนใหญ่นั้นมักจะมีประโยชน์อยู่แล้วในตัวของมัน ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ตามท้องถิ่นไทยเราเอง หรือสมุนไพรต่างประเทศก็ตาม สำหรับวันนี้เราจะมานำเสนอสูตรต่างๆ ที่ใช้ในการรักษาฝ้ากันอีกแล้วค่ะ ส่วนจะมีวิธีไหนบ้างเราไปดูกันเลยค่ะ

  1. สูตรแอปปริคอต + แตงกวา แอปปริคอตนั้นเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายกับลูกท้อ มีสีเหลืองส้ม และมีสรรพคุณในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเม็ดผิวได้ สำหรับสูตรนี้ให้นำเอาแอปปริคอต แกะเม็ดออก 1 ลูก ลงไปปั่นในเครื่องปั่นกับแตงกวา ½ ลูก เหยาะน้ำเล็กน้อย จากนั้นปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน วิธีใช้ก็แค่พอกครีมที่ได้ ลงไปบนใบหน้าหลังจากทำความสะอาดทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์จะช่วยให้ฝ้านั้นค่อยๆ จากหายไปได้ และผิวจะเริ่มมีความชุ่มชื้นมากขึ้นค่ะ
  2. สูตรโยเกิร์ต โยเกิร์ตนั้นเป็นผลผลิตจากนม ซึ่งมีสารอาหารที่จะช่วยในการขจัดเซลล์ผิวเสีย เช่นกระ หรือฝ้าได้ โดยสารอาหารนั้นเรียกว่า “กรดแล็คติก” วิธีการใช้งานก็แค่หาโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่มีส่วนผสมของกรดที่ว่านี้ แล้วนำมาละเลงที่ใบหน้า หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน จะเริ่มสังเกตได้ว่า ฝ้า หรือกระนั้นจะค่อยๆ จางลง
  3. สูตรผลเซียนจา ผลเซียนจาที่ว่านี้เป็นผลไม้ทางพื้นเมืองของจีน ในผลเซียนจานี้มี วิตามินเอ วิตามินซี และกรดอินทรีย์ที่จะช่วยในการทำความสะอาดเซลล์ผิว และฟื้นฟูเซลล์ผิวที่แห้งเสียให้คืนความชุ่มชื้นได้ วิธีการเตรียมก็แค่หาผลเซียนจาแห้งที่มีขายตามร้านสมุนไพรจีนอยู่แล้ว นำมาบดเป็นผงให้ละเอียด แล้วผสมเข้ากับไข่ขาวจนขั้นเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพอกทาลงบนใบหน้าที่ล้างทำความสะอาดตามปกติแล้วเรียบร้อย พอกไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง วันละ 2 ครั้งคือตอนเช้ากับก่อนเข้านอน เมื่อผ่านไปสักประมาณ 1-2 เดือนจะเริ่มเห็นผลที่ดีขึ้น คือฝ้าหรือกระที่อยู่บนใบหน้าจะค่อยๆ จางลงในที่สุดค่ะ

       การรักษาฝ้าให้ได้ผลนั้น นอกจากยาทาภายนอกแล้ว ต้องรับประทานพืชหรือผักที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวอีกด้วย เนื่องจากสารอาหารบางชนิดไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้โดยตรง ผักที่ แนะนำให้รับประทานก็เช่น แครอท หัวไชเท้า ผักกาด เป็นต้นค่ะ

Comments

comments