www.Stats.in.th

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายที่ใกล้ตัวคุณกว่าที่คิด

 

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

 

                   มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาจจะไม่ใช่ประเภทของมะเร็งที่คนไทยเราจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆเพราะส่วนใหญ่แล้วเมื่อพูดถึงมะเร็งก็จะพากันนึกถึงมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งเต้านมกันมากกว่า                      

               ทั้งที่ความจริงแล้วมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นตามข้อมูลที่ได้จากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นเป็นมะเร็งระบบเลือดที่มีการพบว่ามีผู้ที่ป่วยมากเป็นอันดับ 1 ใน 5 ของบรรดาผู้ป่วยมะเร็งที่คนไทยป่วยมากที่สุดซึ่งจามสถิติแล้วนั้นอาจมีมากกว่า 1,000 คนต่อปีเลยทีเดียว

 

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง คืออะไร ?

             มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งในระบบเม็ดเลือดประเภทหนึ่ง โดยตัวเนื้อร้ายจะมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองนั่นเอง และเนื่องจากตัวเนื้อร้าย(เนื้องอก) ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นก็เป็นชนิดเดียวกันกับเซลล์บางชนิดที่อยู่ในกระแสเลือดเช่นกัน(นั่นคือเป็นเม็ดเลือดขาวประเภทหนึ่ง) ดังนั้น ถ้าหากว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแล้ว คือถ้าอยู่ในระยะที่ 1 และ 2  ก็จะทำให้เกิดต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น แต่หากว่าเข้าสู่ในระยะที่3 และระยะที่ 4 แล้ว เนื่องจากว่ามันเป็นมะเร็งของเม็ดเลือดขาวด้วย ก็จะทำให้มีโอกาสที่ตัวเนื้อร้ายนั้นจะเริ่มเข้าไปอยู่ในกระแสโลหิต และไปถึงยังไขกระดูกต่อไปนั่นเอง

 

           ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ

1. ชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin lymphoma)
2. ชนิดที่ไม่ใช่ฮอดจ์กิน (non-hogkin lymphoma) จะเป็นมะเร็งที่พบได้มากกว่าชนิดแรกราวๆ 8-9 เท่า เลยทีเดียว ซึ่งมะเร็งชนิดที่ไม่ใช่ฮอดจ์กินนี้ก็ยังมีการแบ่งออกมาได้อีก 3 ชนิด ประเภทด้วยกัน คือ
–  ชนิดต่ำ ซึ่งจะมีการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งแบบช้าๆ
–  ชนิดปานกลาง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งก็จะเกิดขึ้นแบบปานกลาง
–  ชนิดสูง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งจะรวดเร็วและรุนแรงที่สุด

อาการมะเร็งต่อมน้ำเหลือง  

                   หลายคนคิดว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นก็จะต้องเกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่คอเท่านั้น แต่จริงๆแล้วมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้สามารถพบได้ในแทบทุกส่วนของร่างกายยกเว้นเพียงอวัยวะเดียวนั่นก็คือสมองนั่นเอง โดยอาการที่มักจะพบได้บ่อยของผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ คือ เกิดต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นมาอย่างผิดปรกติแต่พอจับดูจะไม่รู้สึกว่ามีอาการเจ็บแต่อย่างใด  โดยที่พบเห็นได้ประจำก็คือบริเวณที่คอ,ด้านบนของไหปลาร้าหรือขาหนีบ

นอกจากนี้อาการอื่นๆที่พบก็คือ

– มีความรู้สึกเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อยลงน้ำหนักตัวลดลง

– เกิดเป็นไข้โดยไม่รู้สาเหตุ

– เหงื่อออกมากตอนกลางคืน

– ปวดตามกระดูกเนื่องจากกระดูกจะค่อยๆถูกทำลาย

– ปวดท้องแบบรุนแรงเนื่องจากม้ามหรือตับโตขึ้น

– ปวดประสาท

– พบก้อนที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่รักแร้ คอ หรือ ขาหนีบ เป็นต้น

– ฯลฯ

 

มะเร็งต่อมน้ําเหลืองรักษาหายไหม ?

                การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองก็เช่นเดียวกับการรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆนั่นคือส่วนใหญ่แล้วจะทำการให้ยาเคมีบำบัด(การทำคีโม) เป็นหลัก หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของผู้ป่วยภายหลังจากการให้ยาแล้วทำให้เชื้อมะเร็งนั้นสงบลงไปได้หรือไม่  สำหรับผู้ป่วยบางคนการให้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียวก็อาจจะสามารถรักษาให้หายขาดได้  แต่ก็มีเช่นดียวกันที่การให้ยาเคมีบำบัดก็ไม่สามารถทำให้หายขาดและกลับมาเป็นได้อีก  ซึ่งนอกจากนี้วิธีการรักษามะเร็งด้วยการใช้วิธีปลูกถ่ายไขกระดูกนั้นก็เป็นอีกแนวทางในการรักษาได้  ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากแพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยว่าต่อมน้ำเหลืองโตที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นมะเร็งหรือไม่

                และถึงแม้ว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองรวมไปถึงโรคมะเร็งอีกหลายชนิดนั้นจะไม่สามารถที่จะพบสาเหตุของการเกิดอย่างแน่ชัด แต่อย่างน้อยถ้าหากเรารู้จักวิธีการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่และดื่มสุรา หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก็จะช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งไปได้ไม่น้อยเลย และเนื่องจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้จะมีความหลากหลายในตัวเองอยู่ ถ้าเมื่อไหร่ที่พบความปิดปรกติกับร่างกายว่าเกิดมีก้อนโตๆเกิดขึ้นและก้อนนั้นเป็นต่อมน้ำเหลือง ถ้าหากว่าภายหลังจากการรับประทานยาแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นก็ให้ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้จึงควรเป็นพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดทันที

Comments

comments